iPhone Xs Max มาแล้ว รุ่น 512GB ราคาไทยอาจทะลุ 50,000 บาท แพงที่สุดเท่าที่มีมา !!

iPhone Xs Max มาแล้ว รุ่น 512GB ราคาไทยอาจทะลุ 50,000 บาท แพงที่สุดเท่าที่มีมา !!

blog
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ข้อมูลทั้งหมด มาจาก iMoD Apple ได้เผยราคา iPhone Xs, iPhone Xs Max และ iPhone XR แล้ว โดยราคานั้นอยู่ในระดับค่อนข้างสูงโดยเฉพาะ iPhone Xs Max ความจุสูงสุดที่มีราคาสูงถึง 1,449 ดอลลาร์ iPhone Xs Max รุ่น 512GB ราคาไทยอาจทะลุ 50,000 บาท Apple บอกว่า iPhone Xs Max เป็น iPhone ที่ทรงพลังที่สุด ทั้งจอใหญ่ที่สุด และมีความจุสูงสุดที่ 512GB ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับราคาที่แพงมากที่สุดเช่นกัน ราคา iPhone Xs Max iPhone Xs Max 64GB – 1099 ดอลลาร์ (ประมาณ 44,500 บาท) iPhone Xs Max 256GB – 1249 ดอลลาร์ (ประมาณ 50,500 บาท) iPhone Xs Max 512GB – 1449 ดอลลาร์ (ประมาณ 57,500 บาท) iPhone Xs Max ที่มาพร้อมกับสเปคทรงพลังและราคาที่ทรงพลังกว่าแบบนี้ต้องสอบถามความเห็นของผู้อ่านกันแล้วว่า “ยังสนใจรุ่นพรีเมียมนี้อยู่หรือไม่” โดยคาดว่า iPhone Xs Max จะเข้ามาขายในไทยภายในไม่กี่สัปดาห์หลังเปิดขายในกลุ่มประเทศแรก วันเปิดขาย iPhone Xs และ iPhone Xs Max วันเปิด Pre-Order (กลุ่มประเทศแรก) : 14 ก.ย. 2018 วันเปิดขาย (กลุ่มประเทศแรก) : 21 ก.ย. 2018
Read More
ได้อะไร? หลัง มาร์ค เปลี่ยนแปลง NEWS FEED บน FACEBOOK

ได้อะไร? หลัง มาร์ค เปลี่ยนแปลง NEWS FEED บน FACEBOOK

blog
ได้อะไร? หลัง มาร์ค เปลี่ยนแปลง NEWS FEED บน FACEBOOK การปรับเปลี่ยนนิวส์ฟีดครั้งนี้ อาจจะถือได้ว่าเป็นครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้งานของผู้ใช้เฟซบุ๊กครั้งสำคัญ เพราะโพสต์จากบริษัท ผู้ประกอบการธุรกิจ, แบรนด์ (brands) และสื่อต่างๆ จะถูกทำให้ผู้บริโภคหรือคนใช้งานทั่วไปเห็นน้อยลง ซึ่งจะมีผลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ‘ทางเฟซบุ๊กได้รับการร้องเรียนกลับมาจากบรรดาผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า ขณะนี้คอนเทนต์ หรือเนื้อหาข่าวสารจากผู้ประกอบการธุรกิจและสื่อต่างๆ กำลังท่วมท้นบนเฟซบุ๊ก จนเบียดบังโพสต์ต่างๆ ที่ส่งสื่อสารถึงกันระหว่างกลุ่มเพื่อนบนเฟซบุ๊ก’ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ชี้แจงเหตุผลที่มีการปรับเปลี่ยน News feed ครั้งใหญ่ของโพสต์คอนเทนต์จากผู้ประกอบการธุรกิจและสื่อ คำถามคือ...เปลี่ยนไปอย่างไร? (more…)
Read More
รวม 5 แอปฯ โทรง่ายผ่าน WiFi ได้ง่ายไม่เสียเงิน

รวม 5 แอปฯ โทรง่ายผ่าน WiFi ได้ง่ายไม่เสียเงิน

blog
รวม 5 แอปฯ โทรง่ายผ่าน WiFi ได้ง่ายไม่เสียเงิน ดีแทคเปิดตัวแอปพลิเคชัน “dtac call” ระดับ “disruptive app” พลิกโฉมหน้าการโทรบนมือถือ ให้รองรับการใช้งานสูงสุด 5 หมายเลข พร้อมกับฟังก์ชัน WiFi Calling โทรผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ทางเราได้รวบรวมข้อดีของเจ้าแอปฯ ตัวใหม่นี้มาให้แล้ว >>> 1. คืออะไร: แอปพลิเคชันใหม่สำหรับลูกค้าดีแทคที่ทำให้สมาร์ทโฟนเพียง 1 เครื่อง สามารถใช้งานได้สูงสุด 5 หมายเลข โดยใช้งานโทรออกและรับสายสูงสุด 5 หมายเลข ในแอปเดียว เครื่องเดียวเท่านั้น ไม่ต้องซื้อหรือพกสมาร์ทโฟนหลายเครื่องอีกต่อไป ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย เหมือนกับการโทรออก หรือ รับสายปกติ (more…)
Read More
อินเทอร์เน็ตหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อ 20 ปีก่อน

อินเทอร์เน็ตหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อ 20 ปีก่อน

blog
อินเทอร์เน็ตหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อ 20 ปีก่อน แน่นอนว่าอินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เข้าร่วมการเดินทางย้อนกลับสู่อดีตไปกับเรา แล้วคุณจะได้เห็นวิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ตผ่านกาลเวลา นอกจากนี้ คุณยังจะได้ค้นพบว่าเว็บไซต์ 15 เว็บมีหน้าตาอย่างไรในช่วงปี 90 หากคุณออนไลน์แล้วในตอนนั้น คุณอาจหวนนึกถึงความทรงจำอันหวานชื่น แต่หากคุณยังไม่เคยเห็นเว็บเวอร์ชันเก่า คุณอาจช็อคไปเลยก็ได้   ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.msn.com/th-th/ http://www.espressocommunication.com/en/
Read More
SSL คืออะไร มีความสำคัญกับระบบเว็บไซต์อย่างไร?

SSL คืออะไร มีความสำคัญกับระบบเว็บไซต์อย่างไร?

blog
SSL คืออะไร มีความสำคัญกับระบบเว็บไซต์อย่างไร? ในปัจจุบันการคุกคามทางด้านอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก เห็นได้จากข่าวที่เกี่ยวกับการล้วงข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้โดยผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งระบบอินเตอร์เน็ตเป็นระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การป้องกันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเราต้องมาทำความรู้จัก SSL ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยในอินเตอร์เน็ตที่มีความปลอดภัยสูง SSL คืออะไร SSL Certificates หรือเรียกสั้นๆว่า SSL ย่อมาจาก Secure Socket Layer คือโปรโตคอลทางด้านความปอดภัย และได้มีการกำหนดเป็นมาตราฐานความปลอดภัยที่มีความน่าเชื่อถือที่สุด โดยบริษัท Netscape เป็นผู้ที่คิดค้นขึ้นมาและส่งต่อไปให้กับ IETF (Internet Engineering Task Force ) เป็นกลุ่มนานาชาติของผู้ที่มีส่วนร่วม ในการพัฒนาโครงสร้างของอินเทอร์เน็ต ให้มีการพัฒนา SSL ต่อเพื่อให้มีมาตราฐานและเป็นที่ยอมรับในวงการมากยิ่งขึ้น เว็บไซต์ที่ต้องการใช้งาน SSL นั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรองจาก CA (Certificate Authority) ซึ่งเป็นผู้ที่ออกใบรับรอง ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการออกใบรับรอง SSL อยู่หลากหลายค่ายที่มีชื่อเสียงในอันดับต้นๆ เช่น Symantec, Thawte , Comodo , Geotrust โดยมีจุดสังเกตง่ายๆว่าเว็บไซต์ไหนที่มีระบบรักษาความปลอดภัย SSL ดูได้จาก URL โดยเว็บไซต์ที่ได้ใบรับรองจะมี URL ที่ขึ้นต้นด้วย https:// แต่ถ้าไม่ได้รับการรับรองจะใช้เพียง http:// เท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเว็บไซต์บ้างเว็บไซต์จะมี URL ที่ขึ้นต้นด้วย https:// ก็ตามก็ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าได้ใบรับรองจาก CA เพราะมีบ้างเว็บไซต์สร้าง SSL Certificate file ขึ้นมาเองและไม่ได้รับการรับรองจาก CA ทำให้เวลาเข้าเว็บไซต์ดังกล่าว เราจะพบกับข้อความเตือนซึ่งจะขึ้นเป็นกล่อง Security Warning ขึ้นมา ถ้าจำเป็นต้องเข้าเว็บไซต์ดังกล่าวเราต้อง ดาว์โหลด Security Warning ของทางเว็บไซต์เข้ามาไว้ในบราวเซอร์ที่เราใช้งานก่อน SSL ทำหน้าที่อะไร SSL Certificate file มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยการเข้ารหัสแบบ Public-key encryption โดยมีแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ 1. ตรวจสอบ Server ที่ได้ติดต่อว่าเป็นของจริงหรือเปล่า ด้วยการเข้ารหัสแบบ Public key ในการตรวจสอบใบรับรอง (Certificate) และ Public ID ของ Server นั้น 2. ตรวจสอบ Client ว่าเป็นผู้ติดต่อจริงหรือเปล่า(Client คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไปร้องขอบริการและรับบริการอย่างใดอย่างหนึ่งจาก Server)โดยจะตรวจสอบใบรับรองและ Public IDของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการรับข้อมูลว่าเป็นตัวจริงหรือเปล่า ซึ่ง Public ID นี้ทาง Server จะขอมาจาก CA 3. การเข้ารหัสของข้อมูลเมื่อมีการส่งข้อมูล…
Read More
อยากสร้างเว็บไซต์เอง แต่ไม่รู้เรื่อง Code จะทำอย่างไรดี

อยากสร้างเว็บไซต์เอง แต่ไม่รู้เรื่อง Code จะทำอย่างไรดี

blog
อยากสร้างเว็บไซต์เอง แต่ไม่รู้เรื่อง Code จะทำอย่างไรดี สมัยนี้เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นเยอะมีเครื่องมือต่างๆ ออกมาช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้นมากร่วมถึงการสร้างเว็บไซต์ก็เหมือนกันเมื่อก่อนถ้าย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วถ้าพูดถึงเรื่องการทำเว็บไซต์สัก 1 เว็บมันเป็นอะไรที่น่าปวดหัวมากสำหรับคนทั่วไปๆ สมัยนั้นถ้าใครจะสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเองต้องไปเรียนรู้ code ต่างๆ มากมายที่แน่ๆ ก็ภาษา HTML นี่แหละที่ต้องรู้แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไประบบต่างๆ เครื่องมือก็พัฒนามากขึ้นช่วยให้เรามีเว็บไซต์ได้ง่ายมากขึ้น บางทีแค่มีเงินไม่กี่ร้อยบาทก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้แล้ว เพราะมีผู้ให้บริการทำเว็บไซต์สำเร็จรูปต่างๆ มากมาย โดยที่ผู้ทำไม่จำเป็นต้องรู้ code หรือ ภาษา Html เลยสักนิดก็สามารถทำเว็บไซต์ได้ หรือถ้าไม่จ้างผู้ให้บริการอยากจะลองทำเองก็มีเครื่องมืออย่างพวก CMS ออกมาให้เราใช้สร้างเว็บไซต์ง่ายๆ ไปถึงระดับสูงได้ง่ายๆ โดนที่ไม่ต้องรู้เรื่องการเขียน code เลยสักนิดก็ได้อย่าง wordpress นี่ก็ง่ายดี [caption id="attachment_1011" align="aligncenter" width="1200"] wordpress.com[/caption] ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาผมทำเว็บไซต์ทั้งของตัวเองและทำให้คนอื่นๆ ไปหลายเว็บไซต์แต่ละคนที่เอาเว็บไซต์มาให้ทำพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำเว็บไซต์ยาก เขียน html ไม่เป็นเลยไม่ยากทำขนาดบางคนยอมลงทุนไปเรียนภาษา html และภาษาที่ใช้ทำเว็บอื่นๆ แต่พอจบออกมาก็ยังต้องมาเสียเวลาเพื่อนั้งทำนั้นเขียน code ทีละหน้ากว่าจะได้เว็บไซต์ 1 เว็บต้องใช้เวลาหลายวัน ในขณะที่เว็บเหมือนกันผมใช้ wordpress ทำใช้เวลาไม่ถึง 1 วันก็เสร็จหมดแล้วเว็บไซต์พร้อมออนไลน์ทันที บางเว็บใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงก็มี โดยที่ผมเขียน Html ไม่เป็นด้วยซ้ำ [caption id="attachment_1010" align="aligncenter" width="680"] ส่วนจัดการหลังบ้านของระบบ wordpress[/caption] ดังนั้นสมัยนี้การทำเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็สามารถทำกันได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเก่งด้านคอมพิวเตอร์ก็ทำได้กันทั้งนั้น จะใช้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปก็ทำได้อย่างง่ายๆ แค่ลากวางเท่านั้นแต่ข้อเสียคือหน้าตารูปแบบก็จะไปเหมือนคนอื่นๆ ไม่มีรูปแบบของตัวเอง หรือ จะสร้างโดยใช้ CMS ก็ได้สามารถปรับแต่งด้วย Theme ที่มีหลายหลายได้เพียงไม่กี่คลิ๊ก แต่หากต้องการศึกษาเรื่อง Code ต่างๆ สำหรับใช้ปรับแต่งเว็บไซต์ให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์เหล่านี้ได้เลยครับ HTML5 Tutorial | CSS Tutorial | JavaScript Tutorial | SQL Tutorial | PHP 5 Tutorial | Bootstrap 3 Tutorial | jQuery Tutorial | AngularJS Tutorial | W3.CSS Tutorial | XML Tutorial
Read More
ย้าย WordPress จากเครื่องเรา ขึ้น HOST จริงได้ง่ายๆเพียงไม่กี่ขั้นตอน

ย้าย WordPress จากเครื่องเรา ขึ้น HOST จริงได้ง่ายๆเพียงไม่กี่ขั้นตอน

blog
ย้าย Wordpress ขึ้น Hosting ได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน วันนี้ STwebstudio จะมาแนะนำวิธีอีก 1 วิธีที่แสนง่ายกันนะครับ All-in-One WP Migration เป็นปลั๊กอินที่ช่วยการย้ายเว็บไซต์ และยังช่วยเราปรับปรุงฐานข้อมูลอีกด้วย ในการย้ายเว็บไซต์จริงๆ บางทีเราต้อง Setup ฐานข้อมูลเดิมไปไว้บน Hosting ที่เป็นฐานข้อมูลใหม่ อาจเกิดความซับซ้อนและเสียเวลามากมาย แต่ปลั๊กอินนี้ สามารถช่วยเรื่องเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ซับซ้อนอะไรเลย เรามาดูวิธีการกันครับ 1.1 ติดตั้งปลั๊กอิน All-in-One WP Migration บน Wordpress ที่เราต้องการย้ายก่อนอันดับแรก สามารถเข้าไป download ได้ที่นี่ [caption id="attachment_548" align="alignnone" width="960"] ติดตั้ง ปลั๊กอินชื่อ All in One WP Migration[/caption] 1.2 เมื่อ Activiate ปลั๊กอินเรียบร้อยแล้ว จะเห็นปลั๊กอินตรงแถบเครื่องมือทางด้านข้าง [caption id="attachment_551" align="alignnone" width="960"] ปลั๊กอินตรงแถบเครื่องมือทางด้านข้าง[/caption] 1.3 กดที่ปุ่ม EXPORT TO ปลั๊กอินจะให้เราเลือกครับว่า ส่งออกข้อมูลเป็นแบบไหน เราสามารถเลือกได้ว่าจะเก็บแบบไฟล์ข้อมูล หรือส่งไปที่ Cround อื่นๆ ณ ที่นี้เราเลือกเป็น ไฟล์ เพื่อ Download ไปใช้งาน [caption id="attachment_553" align="alignnone" width="960"] เลือกเป็น ไฟล์ เพื่อ Download ไปใช้งาน[/caption] 1.4 ปลั๊กอินจะเริ่มขั้นตอนการ Export อัตโนมัติ รอจนกว่ากระบวนการเสร็จสมบูรณ์ 1.5 เมื่อกระบวนการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้กดปุ่ม Download 1.6 เมื่อ Download เสร็จแล้วจะได้ ไฟล์ *.wpress ไว้สำหรับ Import นะครับ [caption id="attachment_561" align="alignnone" width="378"] ไฟล์ *.wpress ไว้สำหรับ Import[/caption] ตรงส่วนของเว็บไซต์ที่เราจะย้ายมานะครับ เช่น Hosting ที่เราใช้งานจริง เช่นเดียวกันครับ Wordpress ที่ Hosting ก็จะต้องติดตั้ง ปลั๊กอิน All-in-One WP Migration ไว้ด้วยเช่นกัน 2.1 คลิกที่เมนู Import ครับ จะเห็นหน้าต่าง IMPORT SITE (สำหรับปลั๊กอิน Version Free…
Read More
Basic database system ระบบฐานข้อมูลเบื้องต้น

Basic database system ระบบฐานข้อมูลเบื้องต้น

blog
ทำไมต้องใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลในองค์กร ในการเลือกใช้ระบบฐานข้อมูลแทนระบบเก่าที่ใช้กันอยู่ในยุคก่อน เช่น ระบบแฟ้มข้อมูล ( File System) ก็เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบอยู่มากมาย ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดต่อไป การสร้างและใช้ระบบฐานข้อมูลในองค์การได้พัฒนามาเป็นลำดับ ช่วยในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากยุคสมัยก่อน มาเป็นยุคปัจจุบันที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น พอจำแนกข้อดีที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างฐานข้อมูลไว้ที่ส่วนกลาง ดังต่อไปนี้ 1. ความซ้ำซ้อนกันของข้อมูล (Data Redundancy) จากลักษณะการจัดเก็บข้อมูลโดยใช้ไฟล์ธรรมดาในสมัยก่อน กล่าวคือการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะแฟ้มข้อมูลนั่นเอง จะทำให้ข้อมูลชนิดเดียวกัน หรือเรื่องเดียวกันถูกเก็บไว้หลาย ๆ แห่ง ผู้ใช้แต่ละคน แต่ละกลุ่มจะต้องมีไฟล์ส่วนตัวเอาไว้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ข้อมูลชนิดเดียวกันถูกเก็บไว้หลาย ๆ ที่ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกันของข้อมูล การนำข้อมูลทั้งหมดมาเก็บไว้ที่เดียวกันเป็นฐานข้อมูลจะช่วยลดปัญหาความซ้ำซ้อนกันของข้อมูลได้ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในลักษณะเช่นนี้ได้ทุกกรณีเพราะมีบางกรณีมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลไว้หลายที่ได้ อย่างไรก็ดีการใช้ระบบฐานข้อมูลจะทำให้เราสามารถควบคุมการเกิดความซ้ำซ้อนได้ เหตุผลอีกประเด็นหนึ่งก็คือ การนำข้อมูลทั้งหมดเก็บบันทึกไว้ที่สื่อบันทึกข้อมูล ณ ส่วนกลางจะทำให้ลดการสูญเปล่าของเนื้อที่สื่อบันทึกข้อมูล 2. ความขัดแย้งกันของข้อมูล ( Data Inconsistency) ถ้ามีการเก็บข้อมูลไว้หลาย ๆ แห่ง หรือหลาย ๆ ที่ ปัญหาที่จะต้องตามมาแน่นอน ก็คือ ข้อมูลเกิดความขัดแย้งกัน เนื่องจากการแก้ไขข้อมูลเดียวกัน ทำไม่เหมือนกันทุก ๆ แห่ง หรือแก้ไขไม่ครบทุกตำหน่งนั่นเอง จะทำให้ข้อมูลในส่วนที่ไม่ได้แก้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ดังนั้นถ้าจะต้องเก็บข้อมูลไว้หลาย ๆ ที่ก็จะต้องคอยดูแลข้อมูลในทุก ๆ ตำแหน่งให้ตรงกับความเป็นจริงหรือถูกต้องเสมอ เรียกว่า Data Validity แต่ถ้ามีการแก้ไขไม่ครบทุกตำแหน่งก็จะทำให้ข้อมูลที่ควรจะเหมือนกันแต่กลับมีค่าที่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรสร้างฐานข้อมูลเรื่องเดียวกันไว้หลาย ๆ ที่ จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ 3. การใช้ข้อมูลร่วมกันได้ (Data can be shared) ในการประมวลผลแบบฐานข้อมูลนั้น เป็นการจัดเก็บข้อมูลรวมไว้ด้วยกันที่ส่วนกลาง ถ้าต้องการเรียกใช้ข้อมูลใดก็สามารถเรียกใช้ได้จากส่วนกลางที่เก็บข้อมูลไว้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อเฉพาะงานหรือเฉพาะกิจอีก ใช้ข้อมูลจากส่วนกลางอย่างเดียว เช่น การใช้ข้อมูลประวัตินิสิตร่วมกันที่ส่วนกลาง ดังนั้นทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นคณะใดก็ตามสามารถเรียกใช้ได้ทุกคณะ หรือแม้แต่ข้อมูลด้านอื่น ๆ ที่สามารถใช้ร่วมกันได้ก็สามารถทำได้ในกรณีเดียวกันกับประวัตินิสิต 4. การสร้างมาตรฐานเดียวกันกับข้อมูล (Data Availability Constraints) การเก็บข้อมูลไว้ต่างที่กันในที่ต่าง ๆ ย่อมยากต่อการกำหนดกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ทำให้ลักษณะหลาย ๆ อย่างของข้อมูลแตกต่างกันไปตามลักษณะสิ่งแวดล้อมของข้อมูล ดังนั้นถ้าสร้างมาตรฐานเดียวกัน เป็นไปในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากในระบบข้อมูลที่ส่วนกลาง ผู้ที่ทำหน้าที่เป็น ผู้บริหารฐานข้อมูล จะต้องคอยดูแล และกำหนดกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ในการกระทำกับข้อมูล การจัดเก็บ ให้เป็นไปในลักษณะเดียวกัน เช่น โครงสร้างของข้อมูล ประเภทข้อมูล เป็นต้น 5. การควบคุม การบริหารข้อมูล ( Data Management and Control) ในกรณีที่ไม่ได้รวมข้อมูลทุกอย่างไว้ที่ส่วนกลางย่อมทำให้ยากต่อการจัดการ การบริหาร และการควบคุมข้อมูลให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันได้เนื่องจากข้อมูลกระจายกันไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ได้รวมไว้ที่ส่วนกลาง…
Read More